12 คุณประโยชน์ของเบต้ากลูแคน

สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในการดูแลรักษาสุขภาพมนุษย์คือร่างกายมนุษย์เอง กลไกการทำงานของ IMMUNE LABTM เบต้ากลูแคน ไม่เหมือนกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไปที่มุ่งเน้นเป็นยารักษาโรคหรือให้สารอาหารที่บำรุงร่างกาย หากแต่มีความสามารถพิเศษคือเป็นเอนไซม์หรืออาหารชั้นเลิสให้กับเม็ดเลือดขาว (ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย) และทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากระบบภูมิคุ้มกันมีความแข็งแรงอย่างแท้จริง ร่างกายจะสามารถป้องกันผู้รุกรานจากภายนอกเชื้อโรคต่างๆ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต หรือแม้แต่เซลล์ของร่างกายที่ผิดปกติ ดังนั้น 12 คุณประโยชน์ที่กล่าวมาด้านล่างนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง มิใช่เกิดจากยาหรืออาหารเสริมนี้แต่อย่างไร

 leaflet-02

 

1. โรคภูมิแพ้ (Allergic Rhinltis) และ โรคภูมิแพ้ตัวเองหรือภูมิต้านทานทำลายตนเอง (SLE)

เบต้ากลูแคนเน้นการปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยให้ระบบภูมิคุ้มกัน (เม็ดเลือดขาว) ของร่างกายทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยจะไปลดสาร Cytokine IL-4 และ IL-5 ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ อีกทั้งควบคุมไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานมากเกินไป ดังนั้นสารสกัดเบต้ากลูแคนจึงไม่มีความเป็นพิษเลยแม้แต่น้อย ซึ่งผิดกับการรักษาในแผนปัจจุบันทั่วไปคือ ให้ยากดภูมิต้านทานไม่ให้ทำงาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อคนไข้ และมักจะเป็นพิษถ้าใช้ขนาดสูงๆ สารกลัดเบต้ากลูแคน จึงให้ประโยชน์อย่างยิ่งยวดกับคนไข้ที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือภูมิต้านทานทำลายตนเอง


2. โรคเบาหวาน (Diabetes)

เบต้ากลูแคนเป็นเส้นใยอาหารสามารถชะลอน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด น้ำตาลจึงถูกดูซึมเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ช่วยลดระดับความต้องการอินซูลินของร่างกายลดลงได้ นอกจากนี้เบต้ากลูแคนยังช่วยฟื้นฟูตับอ่อน ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินตามธรรมชาติ ให้กลับมาทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย


3. โรคหลอดเลือดแดงแข็งหรือคอเรสเตอรอลสูง (Arterisclerosis)

สำหรับผู้ที่มีคอเรสเตอรอลสูง เบต้ากลูแคนจะช่วยลดคอเรสเตอรอลชนิด LDL ในเลือด ซึ่งจะลดความเสี่ยงของการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้สะดวก และทำให้ป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจอีกด้วย


4. โรคคนทำงาน (Office Syndrome หรือ Chronic Fatigue Syndrome) และไมเกรน

โรคคนทำงานหรือ Office Syndrome เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานหนัก ความเครียด ในที่ทำงาน เผชิญกับมลพิษทางอากาศ ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome) และทำให้ป่วยหรือติดเชื้อได้ง่าย เป็นไข้หวัดง่าย ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเป็นโรคไมเกรน (Migraine) สารสกัดเบต้ากลูแคนจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้เข้มแข็ง และ ทำให้ร่างกายแข็งแรงจากความเหนื่อยล้า อีกทั้งยังส่งผลในการลดความเครียด ลดอาการปวดหัว ไม่ต้องพึ่งยาหรือสารเคมีใดๆ ทำให้เกิดการหมุดเวียนของโลหิตได้ดี รู้สึกปลอดโปร่ง เหมือนได้รับการฟื้นฟูจากการทานอาหารชั้นเลิศ


5. โรคแห่งความเสื่อมต่างๆ (Degenerative disease) สำหรับผู้สูงอายุ เช่น ภูมิคุ้มกันเสื่อมถอย อัลไซเมอร์ (Alzheimer) ข้อเสื่อมและข้ออักเสบ (Arthritis)

เบต้ากลูแคนช่วยเสริมและปรับระดับภูมิต้านทานให้กับผู้สูงอายุที่ระบบภูมิต้านทานเสื่อมถอยลงเนื่องจากการเสื่อมของ T-cell และ B-cell จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย (ไข้หวัด) ต่างๆได้ง่าย  อีกทั้งยังลดการทำลายข้อจากกระบวนการอ็อกซิเดชั่น ซึ่งใช้รักษาอาการข้ออักเสบ นอกจากนี้ยังมีผลในการวิจัยว่าเบต้ากลูแคนสามารถกระตุ้น Microgial Cell  ในระบบประสาท ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งสกปรก จากเซลล์สมองซึ่งเป็นผลดีต่อโรคอัลไซเมอร์


6. ชะลอความแก่ ฟื้นฟูผิว ลบริ้วรอย (Anti-Aging)

เบต้ากลูแคนมีประโยชน์ในการกระตุ้นเซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) ที่ทำหน้าที่ผลิตสารสำคัญ 3 ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อผิว คือ คอลลาเจน (Collagen) อีลาสติน (Elastin) กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ดังนั้นจึงทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น ลดริ้วรอย ผิวดูมีน้ำมีนวล ชุ่มชื้นและที่สำคัญช่วยให้โครงสร้างผิวหนังแข็งแรงคงรูปไม่อ่อนเหลว เต่งตึงน่าจับต้อง


7. โรคมะเร็ง (Cancer) และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีและคีโมบำบัด

เบต้ากลูแคนจะไปช่วยให้ Neutrophil ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันด่านแรกที่ทำลายเชื้อโรคและเซลล์แปลกปลอมโดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง  รู้จักเซลล์มะเร็งว่าไม่ใช่เซลล์ปกติของร่างกายและทำลายได้ทันที นอกจากนี้ เบต้ากลูแคนยังไปเพิ่มจำนวน และกระตุ้นการทำงานของ Monocyte ในเลือดเพื่อให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ซึ่งสามารถทานเบต้ากลูแคนร่วมกับยารักษามะเร็งตามแบบแผน (ฉีดคีโมและฉายรังสี) และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับประทานเบต้ากลูแคนทั้งก่อนและหลังรับคีโมบำบัด ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วและไม่เกิดอาการข้างเคียงหรือโรคแทรกซ้อนใดๆ หลังการได้รับการบำบัดอีกด้วย เนื่องจากเบต้ากลูแคนสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดในผู้ที่ได้รับการฉายรังสี และสามารถฟื้นตัวจากการกดไขกระดูกของยาเคมีบำบัด เช่น Fluoracil, Carboplatinum และ Cyclophosphamide


8. โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS)

เบต้ากลูแคน มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มจำนวนและกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว T-Helper Cell (CD4+ T-Cell) ที่คอยจำแนกสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย (เป็นเม็ดเลือดขาวที่ไวรัส AIDS ชอบเข้าไปอาศัยและทำลาย จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างก่ายทำงานผิดปกติ) ให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น


9. การสมานแผล (Wound Healing) และ ผิวหนังอักเสบ (Skin Inflammation)

เบต้ากลูแคนรักษาผิวหนังอักเสบและสมานแผลที่ผิวหนัง โดยเพิ่มภูมิต้านต้าน (เม็ดเลือดขาว) ให้เข็มแข็งและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นตัวหลักในการรักษาแผลทุกชนิด เช่น แผลจากศัลยกรรม ผ่าตัด เบาหวาน และรักษาคนที่ผิวแห้ง อีกทั้งเบต้ากลูแคนช่วยให้แผลหายเร็ว ลดรอยแผลเป็น ลดการติดเชื้อและลดอัตราการตายของเซลล์


10. การติดเชื้อ (Infection) และการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic Chock)

เบต้ากลูแคนลดการติดเชื้อในการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง และประสิทธิภาพการป้องกัน จะแปรผันตามขนาด (Dose) ที่ใช้โดย Beta-Glucan จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ให้กลืนกิน (Phagocytosis) เชื้อแบคทีเรีย  โดยไปเพิ่มทั้งจำนวนและประสิทธิภาพของเซลล์ อีกทั้งยังมีการใช้เบต้ากลูแคนเพื่อลดการติดเชื้อในกระแสเลือด  โดยไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวระบบภูมิคุ้มกัน  ให้ฆ่าแบคทีเรียในกระแสเลือด


11. การผ่าตัด (Surgery)

บทบาทสำคัญของเบต้ากลูแคนคือจะช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะก่อนและหลังการผ่าตัด รวมทั้งสรรพคุณในการรักษาโรคติดเชื้อร้ายแรง รักษาแผลเรื้อรังและป้องกันแผลไม่ให้ติดเชื้อ และสมานแผลได้อย่างรวดเร็ว


12. โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร (Digestive Disease)

เบต้ากลูแคนช่วยบรรเทาอาการท้องผูกเพราะมีคุณสมบัติ DETOX ลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายกลับไปสู่สภาวะปกติ เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นไฟเบอร์ (เส้นใย) อีกทั้งยังเป็นอาหารของ โบรไบโอติกในลำไส้ และช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย และยังช่วยลดภาวะกรดไหลย้อนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร

 

 

Comments are closed.