เบต้ากลูแคนกับมะเร็งเต้านม
เบต้ากลูแคนกับมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก ข้อมูลขององค์กรอนามัยโลกประเมินว่าในปี 2024 มีผู้หญิงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 2.4 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 694,000 คนทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย ข้อมูล Globocan 2024 ประเมินว่าในปี 2024 มีผู้หญิงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ประมาณ 21,061 คน คิดเป็น 23.5% ของมะเร็งที่พบในผู้หญิงทั้งหมด และเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย
แม้จะเรียกรวมกันว่า “มะเร็งเต้านม” แต่ในความเป็นจริง มะเร็งเต้านมไม่ได้เป็นโรคชนิดเดียว เซลล์มะเร็งอาจเริ่มต้นจากเนื้อเยื่อคนละบริเวณ มีระดับการลุกลามแตกต่างกัน และมีตัวรับหรือโปรตีนบนเซลล์ไม่เหมือนกัน ปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการเลือกวิธีรักษาและยาที่ผู้ป่วยจะได้รับ
1.รู้จักมะเร็งเต้านม: มีกี่ชนิดและรักษาอย่างไร
มะเร็งเต้านมมีกี่ชนิด
มะเร็งเต้านมไม่สามารถระบุเป็นจำนวนตายตัวว่ามีกี่ชนิด เพราะแพทย์สามารถแบ่งโรคได้หลายมุม ทั้งตามตำแหน่งที่เซลล์มะเร็งเริ่มต้น ระดับการลุกลาม และลักษณะทางชีววิทยาของเซลล์มะเร็ง
การจำแนกตาม ER, PR และ HER2 มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้แพทย์พิจารณาว่าผู้ป่วยควรได้รับยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้าต่อ HER2 เคมีบำบัด หรือภูมิคุ้มกันบำบัด
การรักษามะเร็งเต้านมมีอะไรบ้างผู้ป่วยแต่ละคนไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาทุกประเภท แพทย์จะพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ค่า ER, PR และ HER2 รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
2.การรักษามะเร็งเต้านมมีอะไรบ้าง
ผู้ป่วยแต่ละคนไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาทุกประเภท แพทย์จะพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ค่า ER, PR และ HER2 รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
แนวทางหลักของการรักษามะเร็งเต้านมจึงประกอบด้วยการรักษาเฉพาะบริเวณ ได้แก่ การผ่าตัดและฉายรังสี ร่วมกับการรักษาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย ได้แก่ เคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด
ด้วยเหตุนี้ การศึกษาว่าเบต้ากลูแคนมีบทบาทต่อมะเร็งเต้านมหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าศึกษาในมะเร็งเต้านมชนิดใด ระยะใด และใช้ร่วมกับการรักษาประเภทใด
งานวิจัยในมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ศึกษาเบต้ากลูแคนในฐานะยาที่ทำให้ก้อนมะเร็งลดลงโดยตรง แต่ศึกษาในฐานะสารที่อาจส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว ระบบภูมิคุ้มกัน และอาการที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษา
3.งานวิจัยเบต้ากลูแคนกับมะเร็งเต้านม
งานวิจัยเกี่ยวกับเบต้ากลูแคนในผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่มุ่งศึกษาผลต่อเม็ดเลือดขาว การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และอาการที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษา มากกว่าการใช้เบต้ากลูแคนเป็นการรักษามะเร็งโดยตรง
3.1 เบต้ากลูแคนช่วยเพิ่มจำนวนและกระตุ้นการทำงานของ Monocytes ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม
งานวิจัยทางคลินิกในปี 2007 ศึกษาผู้ป่วยหญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะลุกลามจำนวน 23 คน โดยให้รับประทานเบต้า-1,3/1,6-D-glucan ทุกวันเป็นเวลา 15 วัน และตรวจวัดจำนวนและตัวบ่งชี้การทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด monocytes ก่อนและหลังการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า จำนวน monocytes โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 326 เป็น 496 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร นอกจากนี้ สัดส่วนของ monocytes ที่แสดงตัวบ่งชี้ CD95 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 48% เป็น 69% และ CD45RA เพิ่มขึ้นจากประมาณ 50% เป็น 62% [6]
Monocytes เป็นเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด เมื่อเคลื่อนจากกระแสเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อสามารถพัฒนาไปเป็น macrophages ซึ่งมีบทบาทในการตรวจจับสิ่งผิดปกติ เก็บกินสิ่งแปลกปลอมและเซลล์ที่เสียหาย รวมถึงส่งสัญญาณประสานการทำงานกับเม็ดเลือดขาวชนิดอื่น
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินว่าเบต้ากลูแคนสามารถเพิ่มจำนวนและเปลี่ยนแปลงการทำงานของ monocytes ได้หรือไม่ โดยไม่ได้ประเมินขนาดของก้อนมะเร็ง ระยะเวลาที่โรคสงบ หรือระยะเวลาการรอดชีวิตของผู้ป่วย
3.2 เบต้ากลูแคนกับเม็ดเลือดขาวระหว่างเคมีบำบัด
ยาเคมีบำบัดอาจส่งผลต่อเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก ทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะ neutrophils ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ในปี 2014 มีการศึกษาแบบสุ่ม ปกปิดสองฝ่าย และมีกลุ่มยาหลอกในผู้หญิงมะเร็งเต้านมที่กำลังได้รับเคมีบำบัดจำนวน 30 คน ผู้ป่วยกลุ่มทดลองได้รับเบต้ากลูแคนวันละ 20 มิลลิกรัม เป็นเวลา 21 วันระหว่างเคมีบำบัดสองรอบ ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับยาหลอก
ผลการศึกษาพบว่า จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม แต่กลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคนมีแนวโน้มลดลงน้อยกว่ากลุ่มยาหลอก ขณะเดียวกันยังพบการเปลี่ยนแปลงของ cytokines ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน โดยระดับ IL-12 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และระดับ IL-4 แตกต่างจากกลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ [7]
IL-12 มีบทบาทสนับสนุนการทำงานของ NK cells และ T cells ขณะที่ IL-4 เกี่ยวข้องกับการควบคุมและปรับสมดุลการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาจึงสนับสนุนว่าเบต้ากลูแคนอาจช่วยพยุงเม็ดเลือดขาวและปรับการส่งสัญญาณของระบบภูมิคุ้มกันระหว่างเคมีบำบัดได้
นอกจากมะเร็งเต้านมแล้ว ยังมีรายงานในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับเคมีบำบัดสูตร FOLFOX-4 ซึ่งพบว่ากลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคนมีการลดลงของเม็ดเลือดขาวและ neutrophils น้อยกว่ากลุ่มควบคุม รวมถึงพบแผลในช่องปากและอาการท้องเสียน้อยกว่า [11] รายละเอียดของงานวิจัยนี้สามารถดูในบทความ เบต้ากลูแคนกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
3.3. เบต้ากลูแคนอาจช่วยลดอาการระหว่างเคมีบำบัด
คณะนักวิจัยกลุ่มเดียวกันได้ประเมินคุณภาพชีวิตของผู้หญิงมะเร็งเต้านมจำนวน 30 คน โดยให้เบต้ากลูแคนวันละ 20 มิลลิกรัม เป็นเวลา 21 วัน และใช้แบบสอบถาม EORTC QLQ-C30 ประเมินสุขภาพโดยรวม ความสามารถในการดำเนินชีวิต และอาการต่าง ๆ ระหว่างการรักษา
ผลการศึกษาพบว่า คะแนนสุขภาพและคุณภาพชีวิตโดยรวมของกลุ่มเบต้ากลูแคนดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเริ่มการศึกษา แม้ความแตกต่างเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอกจะยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม คะแนนรวมด้านอาการลดลงมากกว่ากลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ [8]
ผลการศึกษานี้จึงแสดงให้เห็นว่าเบต้ากลูแคนอาจช่วยดูแลอาการบางด้านและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระหว่างการได้รับเคมีบำบัด
3.4.การใช้เบต้ากลูแคนในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลังโรคสงบ
งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2022 ศึกษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิดตอบสนองต่อฮอร์โมน ระยะที่ I–II ซึ่งอยู่ในภาวะที่ไม่พบโรคจากการประเมินทางคลินิกและการตรวจภาพ จำนวนทั้งหมด 195 คน ผู้ป่วยจำนวน 49 คนได้รับเบต้ากลูแคน ส่วนผู้ป่วยอีก 146 คนเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ โดยนักวิจัยติดตามการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ภูมิคุ้มกัน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคนมีจำนวนเม็ดเลือดขาวกลุ่ม lymphocytes หลายชนิดเพิ่มขึ้น ได้แก่ CD3+, CD4+, CD8+ และ CD19+ โดยเฉพาะ CD8+ T cells ซึ่งมีบทบาทในการตรวจจับและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ [9]
งานวิจัยนี้เป็นการประเมินตัวชี้วัดของระบบภูมิคุ้มกันเป็นหลัก เพื่อศึกษาว่าเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับเซลล์ผิดปกติมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่
3.5 เบต้ากลูแคนชนิดฉีดร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดในมะเร็งเต้านมชนิด Triple-negative
ในปี 2025 มีการเผยแพร่ผลการศึกษาระยะที่ 2 เกี่ยวกับการใช้เบต้ากลูแคนชนิดฉีดร่วมกับ pembrolizumab ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิด Triple-negative ระยะแพร่กระจาย ซึ่งโรคยังคงดำเนินต่อหลังจากได้รับการรักษาแนวทางแรก
Pembrolizumab เป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดในกลุ่ม immune checkpoint inhibitor ซึ่งช่วยลดกลไกที่เซลล์มะเร็งใช้หลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น
ผู้ป่วยได้รับเบต้ากลูแคนชนิดละลายน้ำทางหลอดเลือดดำ ขนาด 4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมทุกสัปดาห์ ร่วมกับ pembrolizumab ขนาด 200 มิลลิกรัมทุกสามสัปดาห์
จากผู้ป่วยที่ประเมินผลได้จำนวน 42 คน พบว่าผู้ป่วย 6 คนตอบสนองต่อการรักษา คิดเป็น Objective Response Rate 14.3% โดยแบ่งเป็น
• Complete response จำนวน 1 คน หมายถึง ไม่พบรอยโรคมะเร็งที่สามารถตรวจวัดได้หลังการรักษา
• Partial response จำนวน 5 คน หมายถึง ขนาดรวมของก้อนมะเร็งลดลงตามเกณฑ์ แต่ยังคงตรวจพบรอยโรคอยู่
อัตราการควบคุมโรคหรือ Disease Control Rate เท่ากับ 54.8% ระยะเวลามัธยฐานที่โรคยังไม่ดำเนินต่อหรือ Median Progression-Free Survival เท่ากับ 2.7 เดือน และระยะเวลารอดชีวิตโดยรวมมัธยฐานหรือ Median Overall Survival เท่ากับ 16.4 เดือน [10]
ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นแนวทางที่น่าสนใจของการใช้เบต้ากลูแคนร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิด Triple-negative ระยะแพร่กระจาย
สรุปการใช้เบต้ากลูแคนกับมะเร็งเต้านม
จากงานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เบต้ากลูแคนอาจช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันระหว่างและหลังการรักษาได้หลายด้าน ได้แก่
- ช่วยเพิ่มจำนวนและกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด monocytes
- ช่วยพยุงจำนวนเม็ดเลือดขาวระหว่างการได้รับเคมีบำบัด
- ช่วยปรับการส่งสัญญาณของระบบภูมิคุ้มกัน โดยพบการเปลี่ยนแปลงของ IL-12 และ IL-4
- ช่วยสนับสนุนจำนวน T cells บางกลุ่ม เช่น CD4+ และ CD8+ T cells
- ช่วยลดอาการบางด้านและสนับสนุนคุณภาพชีวิตระหว่างเคมีบำบัด
- เบต้ากลูแคนบางรูปแบบกำลังได้รับการศึกษาร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อเสริมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเซลล์มะเร็ง
ภาพรวมของงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า บทบาทสำคัญของเบต้ากลูแคนในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอยู่ที่การสนับสนุนจำนวน การทำงาน และการสื่อสารระหว่างเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยดูแลความพร้อมของร่างกายในระหว่างกระบวนการรักษา
เบต้ากลูแคนควรใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลแบบเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐาน ไม่ใช่สิ่งทดแทนการผ่าตัด เคมีบำบัด การฉายรังสี ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด
เอกสารอ้างอิง
- Sung H, Filho AM, Laversanne M, Ferlay J, Siegel RL, Soerjomataram I, Jemal A, Bray F. Global cancer statistics 2024: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 34 cancers in 186 countries. CA: A Cancer Journal for Clinicians. 2026;76(4). doi:10.3322/caac.70090. PMID: 42417444.
- Ervik M, Laversanne M, Lam F, Colombet M, Ferlay J, Filho AM, Bray F. Global Cancer Observatory: Cancer Today—2024 Estimates, Version 1.0. Thailand Fact Sheet. Lyon, France: International Agency for Research on Cancer; 2026. Accessed July 22, 2026.
- National Cancer Institute. Types of Breast Cancer. National Cancer Institute, National Institutes of Health. Updated December 2, 2025.
- National Cancer Institute. Breast Cancer Treatment. National Cancer Institute, National Institutes of Health. Updated December 2, 2025.
- National Cancer Institute. Drugs Approved for Breast Cancer. National Cancer Institute, National Institutes of Health. Updated February 24, 2025.
- Demir G, Klein HO, Mandel-Molinas N, Tuzuner N. Beta glucan induces proliferation and activation of monocytes in peripheral blood of patients with advanced breast cancer. International Immunopharmacology. 2007;7(1):113–116. doi:10.1016/j.intimp.2006.08.011. PMID: 17161824.
- Ostadrahimi A, Eivazi Ziaei J, Esfahani A, Asghari Jafarabadi M, Movassaghpourakbari A, Farrin N. Effect of beta glucan on white blood cell counts and serum levels of IL-4 and IL-12 in women with breast cancer undergoing chemotherapy: a randomized double-blind placebo-controlled clinical trial. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention. 2014;15(14):5733–5739. doi:10.7314/APJCP.2014.15.14.5733. PMID: 25081694.
- Ostadrahimi A, Esfahani A, Asghari Jafarabadi M, Eivazi Ziaei J, Movassaghpourakbari A, Farrin N. Effect of beta glucan on quality of life in women with breast cancer undergoing chemotherapy: a randomized double-blind placebo-controlled clinical trial. Advanced Pharmaceutical Bulletin. 2014;4(Suppl 1):471–477. doi:10.5681/apb.2014.070. PMID: 25364665. PMCID: PMC4213788.
- Spacek J, Vocka M, Zavadova E, Konopasek B, Petruzelka L. Immunomodulation with β-glucan from Pleurotus ostreatus in patients with endocrine-dependent breast cancer. 2022;14(1):31–40. doi:10.2217/imt-2021-0069. PMID: 34784798.
- Stopeck AT, Abu-Khalaf M, Borges V, Chmielowski B, Rao R, Xie B, et al. Phase 2 trial of Imprime and pembrolizumab immunotherapy in metastatic triple negative breast cancer patients who have progressed beyond first line chemotherapy. The Journal of Immunology. 2025;214(7):1529–1538. doi:10.1093/jimmun/vkaf079. PMID: 40338159.
- Karaca H, Bozkurt O, Ozaslan E, Baldane S, Berk V, Inanc M, Duran AO, Dikilitas M, Er O, Ozkan M. Positive effects of oral beta-glucan on mucositis and leukopenia in colorectal cancer patients receiving adjuvant FOLFOX-4 combination chemotherapy. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention. 2014;15(8):3641–3644. doi:10.7314/APJCP.2014.15.8.3641.