เบต้ากลูแคนกับมะเร็งปอด
เบต้ากลูแคนกับมะเร็งปอด
มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในมะเร็งที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดทั่วโลก ข้อมูล GLOBOCAN ปี 2024 ประเมินว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 2.64 ล้านราย และเสียชีวิตประมาณ 1.86 ล้านราย ทำให้มะเร็งปอดเป็นทั้งมะเร็งที่พบมากที่สุดและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับหนึ่งของโลก [1]
สำหรับประเทศไทย ในปี 2024 มีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่ประมาณ 23,871 ราย และเสียชีวิตประมาณ 21,811 ราย จัดเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับ 2 ของประเทศ [2]
คำว่า “มะเร็งปอด” ไม่ได้หมายถึงโรคเพียงชนิดเดียว เพราะเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดมีพฤติกรรม การดำเนินโรค และการตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน การตรวจชนิดของเซลล์ ระยะโรค การกลายพันธุ์ของยีน และระดับโปรตีน PD-L1 จึงมีความสำคัญต่อการเลือกวิธีรักษา
1.1 มะเร็งปอดมีกี่ชนิด
มะเร็งปอดแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell lung cancer: NSCLC) และมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer: SCLC) [3]
NSCLC มีชนิดย่อยที่สำคัญ ได้แก่ adenocarcinoma ซึ่งมักเกิดจากเซลล์ที่สร้างเมือกบริเวณถุงลม, squamous cell carcinoma ซึ่งเริ่มจากเซลล์แบนที่บุด้านในของปอด และ large cell carcinoma ซึ่งอาจเริ่มจากเซลล์ขนาดใหญ่ได้หลายชนิด [4]
ในผู้ป่วย NSCLC ระยะลุกลาม แพทย์อาจตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของยีน เช่น EGFR, ALK, ROS1, BRAF, KRAS, MET, RET และ NTRK รวมถึงตรวจระดับ PD-L1 เพื่อพิจารณาว่าผู้ป่วยเหมาะกับยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือการรักษาแบบผสมผสานหรือไม่ ส่วน SCLC มีพฤติกรรมของโรคต่างจาก NSCLC และมักแบ่งระยะเป็นระยะจำกัดกับระยะแพร่กระจายเพื่อวางแผนรักษา [4] [5]
1.2 มะเร็งปอดรักษาอย่างไร
การรักษามะเร็งปอดไม่ได้มีสูตรเดียวสำหรับผู้ป่วยทุกคน แต่ต้องพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง ระยะโรค ตำแหน่งและขนาดของก้อน ผลตรวจยีน ระดับ PD-L1 โรคร่วม และความพร้อมของร่างกาย
แนวทางรักษา NSCLC อาจประกอบด้วยการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด ส่วน SCLC มักใช้เคมีบำบัด รังสีรักษา และภูมิคุ้มกันบำบัดตามระยะของโรค [4] [5] สำหรับเบต้ากลูแคน งานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งปอดไม่ได้ใช้เบต้ากลูแคนเป็นยารักษามะเร็งเพียงชนิดเดียว แต่ศึกษาในฐานะตัวเสริมร่วมกับเคมีบำบัด ยาแอนติบอดี ยาต้านการสร้างหลอดเลือด หรือภูมิคุ้มกันบำบัด หลักฐานทางคลินิกเกือบทั้งหมดศึกษาในผู้ป่วย NSCLC ระยะลุกลาม จึงยังไม่ควรนำผลไปสรุปรวมถึงมะเร็งปอดชนิด SCC
1.3 งานวิจัยเบต้ากลูแคนกับมะเร็งปอด
งานวิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับเบต้ากลูแคนและมะเร็งปอดมีทั้งผลที่น่าสนใจและผลที่ยังไม่พบประโยชน์ชัดเจน สิ่งสำคัญคือเบต้ากลูแคนในแต่ละการศึกษาไม่เหมือนกัน บางงานใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ชนิดละลายน้ำให้ทางหลอดเลือดดำ บางงานใช้เบต้ากลูแคนชนิดรับประทาน ผลจากเบต้ากลูแคนรูปแบบหนึ่งจึงไม่สามารถนำไปอ้างแทนอีกแบบหนึ่งได้โดยตรง
1.3.1 เบต้ากลูแคนชนิดฉีดร่วมกับ cetuximab และเคมีบำบัด
Thomas และคณะ ศึกษาผู้ป่วย NSCLC ระยะ IIIB หรือ IV ที่ยังไม่เคยได้รับการรักษาสำหรับโรคระยะลุกลาม จำนวน 90 ราย ผู้ป่วยถูกสุ่มในอัตรา 2:1 โดยกลุ่มทดลอง 60 รายได้รับเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์ชนิดละลายน้ำทางหลอดเลือดดำร่วมกับ cetuximab, carboplatin และ paclitaxel ส่วนกลุ่มควบคุม 30 รายได้รับ cetuximab และเคมีบำบัดชุดเดียวกันโดยไม่มีเบต้ากลูแคน [6]
เมื่อประเมินโดยผู้วิจัย อัตราการตอบสนองของก้อนมะเร็ง (objective response rate: ORR) ในกลุ่มเบต้ากลูแคนเท่ากับ 47.8% เมื่อเทียบกับ ในกลุ่มควบคุมเท่ากับ 23.1% หรือแตกต่างกัน 24.7 จุดเปอร์เซ็นต์ และมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อประเมินจากภาพถ่ายทางรังสีถูกประเมินโดยคณะกรรมการอิสระแบบไม่ทราบกลุ่มการรักษา ผล ORRในกลุ่มเบต้ากลูแคนเท่ากับ เท่ากับ 36.6% เทียบกับ ในกลุ่มควบคุมเท่ากับ 23.1% [6]
ผลการศึกษานี้แสดง “สัญญาณที่น่าสนใจ” ว่าเบต้ากลูแคนอาจช่วยเสริมการตอบสนองของก้อนเมื่อใช้ร่วมกับ cetuximab และเคมีบำบัด แต่ยังไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจนในตัวชี้วัดอื่น [6]
งานนี้ยังมีข้อสังเกตสำคัญว่า cetuximab ไม่ได้เป็นการรักษามาตรฐานทั่วไปสำหรับ NSCLC ในปัจจุบัน และเบต้ากลูแคนที่ศึกษาเป็นชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดรับประทาน
1.3.2 เบต้ากลูแคนชนิดฉีดร่วมกับ bevacizumab และเคมีบำบัด
Engel-Riedel และคณะ ศึกษาผู้ป่วย NSCLC ชนิด non-squamous ระยะลุกลามที่ยังไม่เคยได้รับการรักษา จำนวน 92 ราย ผู้ป่วยถูกสุ่มให้ได้รับเบต้ากลูแคนทางหลอดเลือดดำร่วมกับ bevacizumab, carboplatin และ paclitaxel หรือได้รับยาทั้งสามชนิดโดยไม่มีเบต้ากลูแคน [7]
การประเมินโดยคณะกรรมการอิสระพบว่า อัตราการตอบสนองของก้อนมะเร็ง หรือ ORR ในกลุ่มเบต้ากลูแคนเท่ากับ 60.4% เทียบกับ ในกลุ่มควบคุม 43.5% ระยะเวลาที่ก้อนมะเร็งยังคงตอบสนองต่อการรักษามัธยฐานอยู่ที่ 10.3 เดือน ในกลุ่มเบต้ากลูแคน เทียบกับ 5.6 เดือนในกลุ่มควบคุม ระยะเวลาปลอดการลุกลามของโรคมัธยฐานอยู่ที่ในกลุ่มเบต้ากลูแคน 11.6 เดือน เทียบกับในกลุ่มควบคุม 9.6 เดือน และการรอดชีวิตโดยรวมมัธยฐานในกลุ่มเบต้ากลูแคน อยู่ที่ 16.1 เดือน เทียบกับ 11.6 เดือนในกลุ่มควบคุม ตามลำดับ [7]
แม้ผลลัพธ์ทุกด้านในกลุ่มที่ได้รับเบต้ากลูแคนมีแนวโน้มดีกว่า แต่งานวิจัยยังเป็นกลุ่มที่มำนวนน้อยอยู่ จึงยังไม่สามารถยืนยันว่าผลลัพธ์ที่ได้เกิดจากเบต้ากลูแคนได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยแสดงให้เห็นสัญญาณที่น่าสนใจทั้งด้านการตอบสนองของก้อน ระยะเวลาที่ก้อนยังคงตอบสนอง และการรอดชีวิต ซึ่งควรได้รับการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยที่ใหญ่ขึ้น [7]
นอกจากนี้ด้านความปลอดภัย ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รูปแบบใหม่ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายจากสูตรการรักษา และงานวิจัยสนับสนุนว่าสูตรดังกล่าวที่ใช้เบต้ากลูแคนร่วมด้วยสามารถนำไปศึกษาต่อได้
1.3.3 เบต้ากลูแคนชนิดฉีดร่วมกับ pembrolizumab
Furqan และคณะ รายงานการศึกษาระยะ Ib/II ในผู้ป่วย NSCLC ระยะลุกลามที่ผ่านการรักษามาแล้ว โดยประเมินเบต้ากลูแคนชนิดฉีดร่วมกับ pembrolizumab ซึ่งเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัด มีผู้ป่วย 33 รายในการประเมินความปลอดภัย และมีผู้ป่วย 30 รายที่ได้รับขนาดยาซึ่งเลือกใช้สำหรับการวิเคราะห์ประสิทธิผล ผู้ป่วยบางรายเคยได้รับยากลุ่มยับยั้ง PD-1 หรือ PD-L1 มาก่อน [8]
ผลพบอัตราการตอบสนองของก้อนมะเร็ง หรือ ORR 10% โดยมีผู้ป่วยตอบสนองสมบูรณ์ 1 รายและตอบสนองบางส่วน 2 ราย อัตราการได้รับประโยชน์ทางคลินิก ซึ่งรวมผู้ป่วยที่ก้อนยุบหรือโรคทรงตัว เท่ากับ 47% ระยะเวลาปลอดการลุกลามของโรคมัธยฐานอยู่ที่ 2.6 เดือน และการรอดชีวิตโดยรวมมัธยฐานอยู่ที่ 11.1 เดือน [8] แต่เนื่องจากงานนี้เป็นงานวิจัยที่ใช้ เบต้ากลูแคนร่วมกับยา pembrolizumab ซึ่งเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัด ผู้วิจัยจึงไม่สามารถสรุปว่าเป็นการออกฤทธิ์ของเบต้ากลูแคนหรือไม่ แต่แสดงให้เห็นว่าการใช้เบต้ากลูแคนร่วมด้วยไม่ได้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเมื่อใช้ในผู้ป่วยซึ่งโรคเคยลุกลามระหว่างใช้ยาต้าน PD-1 หรือ PD-L1
งานวิจัยนี้จึงให้ข้อมูลสำคัญว่า การใช้เบต้ากลูแคนร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดมีความเป็นไปได้ในด้านความปลอดภัย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ภาวะดื้อต่อภูมิคุ้มกันบำบัดได้ในผู้ป่วยทุกคน [8]
1.3.4 เบต้ากลูแคนชนิดรับประทานร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดและยาต้านการสร้างหลอดเลือด
Geng และคณะ ศึกษาผู้ป่วย NSCLC ระยะแพร่กระจายจำนวน 23 ราย ซึ่งโรคลุกลามหลังได้รับยาต้าน PD-1 มาก่อน ผู้ป่วยได้รับเบต้ากลูแคนชนิดรับประทานร่วมกับ envafolimab ซึ่งเป็นยาต้าน PD-L1 และ recombinant human endostatin ซึ่งเป็นยาต้านการสร้างหลอดเลือด [9]
ผลพบผู้ป่วยตอบสนองบางส่วน 5 ราย โรคทรงตัว 12 ราย และโรคลุกลาม 6 ราย คิดเป็น อัตราการตอบสนองของก้อนมะเร็ง หรือ ORR 21.7% และอัตราควบคุมโรค (disease control rate: DCR) 73.9% ระยะเวลาปลอดการลุกลามของโรคมัธยฐานอยู่ที่ 4.3 เดือน และการรอดชีวิตโดยรวมมัธยฐานอยู่ที่ 9.8 เดือน [9]
อาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพบในผู้ป่วย 52.2% โดยมีอาการระดับ 3 จำนวน 2 ราย หรือ 8.7% และไม่พบการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการรักษา [9]
ผลลัพธ์เบื้องต้นน่าสนใจ เพราะเป็นการศึกษาเบต้ากลูแคนชนิดรับประทานโดยตรงในผู้ป่วยมะเร็งปอด แต่การศึกษามีผู้ป่วยเพียง 23 ราย ไม่มีกลุ่มควบคุม และใช้ยาพร้อมกัน 3 ชนิด จึงไม่สามารถระบุได้ว่าเบต้ากลูแคนมีส่วนต่อผลการรักษามากน้อยเพียงใด งานนี้ควรถูกมองเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการทดลองแบบสุ่มที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
1.3.5 งานรวบรวมการศึกษาเบต้ากลูแคน ชนิดฉีดร่วมกับเคมีบำบัด
Zhang และคณะรวบรวมการทดลองแบบสุ่มจากประเทศจีนที่ตีพิมพ์ระหว่างปี 2004–2016 จำนวน 38 การศึกษา รวมผู้ป่วยมะเร็งปอด 3,117 ราย โดยเปรียบเทียบการใช้เคมีบำบัดร่วมกับเบต้ากลูแคน (lentinan) กับการใช้เคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว [10]
ผลการวิเคราะห์พบว่า อัตราการตอบสนองของก้อนมะเร็งเฉลี่ยเพิ่มจาก 43.3% ในกลุ่มเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว เป็น 56.9% ในกลุ่มที่ได้รับ เบต้ากลูแคน (lentinan) ร่วมด้วย หรือเพิ่มขึ้น 13.6 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังรายงานแนวโน้มที่ดีขึ้นด้านคุณภาพชีวิตและประสิทธิผลโดยรวมของการรักษา [10]
งานรวบรวมนี้แสดงให้เห็นว่าเบต้ากลูแคนบางรูปแบบได้รับการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งปอดจำนวนมาก และอาจช่วยเสริมการตอบสนองเมื่อใช้ร่วมกับเคมีบำบัด อย่างไรก็ตาม lentinan เป็นเบต้ากลูแคนจากเห็ดหอมที่ใช้เป็นยาฉีดในหลายประเทศของเอเชีย นอกจากนี้ งานที่นำมารวมมีสูตรเคมีบำบัดและคุณภาพการรายงานแตกต่างกัน ผลจึงไม่สามารถนำมาใช้อ้างแทนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดรับประทานได้โดยตรง [10]
1.3.6 เบต้ากลูแคนชนิดรับประทานร่วมกับยาต้าน PD-1/PD-L1 ในผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด
Wang และคณะศึกษาผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม 13 ราย ซึ่งโรคเคยดื้อต่อการรักษาด้วยยาต้าน PD-1 หรือ PD-L1 ผู้ป่วยได้รับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ชนิดรับประทานร่วมกับยาต้าน PD-1 หรือ PD-L1 โดยในกลุ่มนี้มีผู้ป่วยมะเร็งปอดรวมอยู่ 4 ราย [11]
เมื่อวิเคราะห์ผู้ป่วยทุกชนิดมะเร็งรวมกัน พบว่าโรคทรงตัว 9 จาก 13 ราย คิดเป็นอัตราควบคุมโรค 69.2% ระยะเวลาปลอดการลุกลามของโรคมัธยฐานอยู่ที่ 3.67 เดือน และการรอดชีวิตโดยรวมมัธยฐานอยู่ที่ 8 เดือน โดยไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน [11]
เนื่องจากมีผู้ป่วยมะเร็งปอดเพียง 4 ราย และผู้วิจัยไม่ได้รายงานผลของผู้ป่วยมะเร็งปอดแยกต่างหาก ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่สามารถนำไปกล่าวว่าเป็นผลการรักษามะเร็งปอดโดยเฉพาะ งานนี้ใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนเบื้องต้นว่าเบต้ากลูแคนชนิดรับประทานสามารถนำไปศึกษาร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดต่อได้
1.3.7 การศึกษาระยะที่ I ของเบต้ากลูแคนชนิดรับประทานในผู้ป่วย NSCLC
Cristea และคณะรายงานผลเบื้องต้นของการศึกษาระยะที่ I ในผู้ป่วย NSCLC ระยะลุกลาม 20 ราย โดยให้สารสกัดจากเห็ดที่มีเบต้ากลูแคนเป็นองค์ประกอบในขนาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 28 วัน [12]
ผลเบื้องต้นไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง และในช่วงที่รายงานผลยังไม่ถึงขนาดยาสูงสุดที่ผู้ป่วยทนได้ อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ออกแบบเพื่อประเมินความปลอดภัยและขนาดยา ไม่ได้ออกแบบเพื่อพิสูจน์ว่าสามารถทำให้ ก้อนมะเร็งลดลงหรือช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้น อีกทั้งข้อมูลเผยแพร่ในรูปแบบบทคัดย่อการประชุมวิชาการ ไม่ใช่รายงานผลฉบับเต็ม จึงควรจัดเป็นหลักฐานระยะเริ่มต้นเท่านั้น [12]
1.4 จากงานวิจัย เบต้ากลูแคนอาจมีบทบาทอย่างไรในมะเร็งปอด
เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมด งานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งปอดให้ภาพว่าเบต้ากลูแคนมีศักยภาพในฐานะ “ตัวเสริมการรักษา” มากกว่าการเป็นยารักษามะเร็งโดยตรง
- การทดลองแบบสุ่มร่วมกับ cetuximab หรือ bevacizumab พบว่าอัตราการตอบสนองของก้อนในกลุ่มเบต้ากลูแคนสูงกว่ากลุ่มควบคุมในเชิงตัวเลข โดยงาน cetuximab พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อประเมินโดยผู้วิจัย ส่วนงาน bevacizumab พบแนวโน้มที่ดีขึ้นทั้ง ORR ระยะเวลาตอบสนอง และการรอดชีวิต [6] [7]
- งานรวบรวม เบต้ากลูแคนจาก lentinan จำนวน 38 การศึกษาและผู้ป่วยกว่า 3,000 ราย พบว่าอัตราการตอบสนองของก้อนเพิ่มจาก 43.3% เป็น 56.9% เมื่อใช้ร่วมกับเคมีบำบัด เป็นหลักฐานที่น่าสนใจว่าเบต้ากลูแคนบางรูปแบบอาจช่วยเสริมผลของการรักษา [10]
- งานร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดให้ผลแตกต่างกัน งาน pembrolizumab ไม่พบว่าช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างชัดเจนในผู้ป่วยที่เคยดื้อต่อยาต้าน PD-1/PD-L1 ขณะที่งานชนิดรับประทานร่วมกับ envafolimab และยาต้านการสร้างหลอดเลือดพบ ORR 21.7% และ DCR 73.9% แต่ยังเป็นการศึกษาขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มควบคุม [8] [9]
- หลักฐานทางคลินิกส่วนใหญ่ศึกษาในผู้ป่วย NSCLC ระยะลุกลาม ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับสรุปประโยชน์ใน SCLC
- เบต้ากลูแคนชนิดฉีด และ ชนิดรับประทาน มีโครงสร้าง ความบริสุทธิ์ ขนาดยา และการนำส่งเข้าสู่ร่างกายแตกต่างกัน ผลของผลิตภัณฑ์หนึ่งจึงไม่ควรนำไปกล่าวอ้างแทนอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง
ดังนั้น หลักฐานปัจจุบันสนับสนุนว่าเบต้ากลูแคนเป็นสารที่มีศักยภาพสำหรับศึกษาต่อในฐานะตัวเสริมภูมิคุ้มกันที่ใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งปอด เช่น รังสีรักษา เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าสามารถใช้เบต้ากลูแคนชนิดรับประทานสามารถมาเป็นการรักษามะเร็งแทนแทนการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด
หากผู้ป่วยสนใจใช้เบต้ากลูแคนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาหรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังรับเคมีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อประเมินความเหมาะสมร่วมกับแผนการรักษาเดิม
เอกสารอ้างอิง
- Ervik M, Laversanne M, Lam F, Colombet M, Ferlay J, Filho AM, Bray F. Global Cancer Observatory: Cancer Today—2024 Estimates, Version 1.0. Lung Fact Sheet. Lyon: International Agency for Research on Cancer; 2026. เอกสารต้นฉบับ
- Ervik M, Laversanne M, Lam F, Colombet M, Ferlay J, Filho AM, Bray F. Global Cancer Observatory: Cancer Today—2024 Estimates, Version 1.0. Thailand Fact Sheet. Lyon: International Agency for Research on Cancer; 2026. เอกสารต้นฉบับ
- National Cancer Institute. Lung Cancer. เว็บไซต์ต้นฉบับ
- National Cancer Institute. Non-Small Cell Lung Cancer Treatment (PDQ®)–Patient Version. เว็บไซต์ต้นฉบับ
- National Cancer Institute. Small Cell Lung Cancer Treatment (PDQ®)–Patient Version. เว็บไซต์ต้นฉบับ
- Thomas M, Sadjadian P, Kollmeier J, et al. A randomized, open-label, multicenter, phase II study evaluating the efficacy and safety of BTH1677 (1,3–1,6 beta glucan; Imprime PGG) in combination with cetuximab and chemotherapy in patients with advanced non-small cell lung cancer. Invest New Drugs. 2017;35(3):345–358. doi:10.1007/s10637-017-0450-3. บทความฉบับเต็ม
- Engel-Riedel W, Lowe J, Mattson P, et al. A randomized, controlled trial evaluating the efficacy and safety of BTH1677 in combination with bevacizumab, carboplatin, and paclitaxel in first-line treatment of advanced non-small cell lung cancer. J Immunother Cancer. 2018;6:16. doi:10.1186/s40425-018-0324-z. บทความฉบับเต็ม
- Furqan M, Malhotra J, Shergill A, et al. Phase Ib/II study of Imprime PGG and pembrolizumab in patients with previously treated advanced non-small cell lung cancer (NSCLC): BTCRC LUN 15-017. Transl Lung Cancer Res. 2024;13(11):2998–3009. doi:10.21037/tlcr-24-346. บทความฉบับเต็ม
- Geng Q, Lu Y, Li D, et al. β-glucan combined with Envafolimab and Endostar as immune rechallenge for metastatic non-small cell lung cancer. BMC Immunol. 2024;25:60. doi:10.1186/s12865-024-00651-x. บทความฉบับเต็ม
- Zhang Y, Zhang M, Jiang Y, et al. Lentinan as an immunotherapeutic for treating lung cancer: a review of 12 years clinical studies in China. J Cancer Res Clin Oncol. 2018;144(11):2177–2186. doi:10.1007/s00432-018-2718-1. บทความต้นฉบับ
- Wang M, Bai Y, Pei J, et al. β-Glucan combined with PD-1/PD-L1 checkpoint blockade for immunotherapy in patients with advanced cancer. Front Pharmacol. 2022;13:887457. doi:10.3389/fphar.2022.887457. บทความฉบับเต็ม
- Cristea MC, Koczywas M, Reckamp KL, et al. A phase I study of MM-10-001 in advanced non-small cell lung cancer. J Clin Oncol. 2011;29(suppl 15):7572. doi:10.1200/jco.2011.29.15_suppl.7572. บทคัดย่อการประชุม