มะเร็งในเด็กชนิด Neuroblastoma
เบต้ากลูแคนกับมะเร็งในเด็กชนิด Neuroblastoma
Neuroblastoma หรือมะเร็งนิวโรบลาสโตมา เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ประสาทระยะเริ่มต้นหรือ neuroblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่ควรพัฒนาไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทซิมพาเทติกและต่อมหมวกไต มะเร็งชนิดนี้จึงมักพบเป็นก้อนบริเวณต่อมหมวกไต ช่องท้อง ทรวงอก คอ หรือแนวกระดูกสันหลัง
Neuroblastoma เป็นมะเร็งก้อนชนิดแข็งนอกสมองที่พบมากที่สุดในเด็ก อุบัติการณ์อยู่ที่ประมาณ 8.3 รายต่อเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจำนวนหนึ่งล้านคนต่อปี ผู้ป่วยประมาณ 90% ได้รับการวินิจฉัยก่อนอายุ 5 ปี และอายุมัธยฐานขณะวินิจฉัยอยู่ที่ประมาณ 17 เดือน [1] แม้จะเรียกรวมกันว่า neuroblastoma แต่ลักษณะของโรคในผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันอย่างมาก เด็กเล็กบางรายมีก้อนขนาดเล็กที่สามารถยุบลงได้เองโดยไม่ต้องได้รับการรักษาอย่างเข้มข้น ขณะที่ผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งอาจมีโรคแพร่กระจายไปยังกระดูก ไขกระดูก ตับ ต่อมน้ำเหลือง หรือบริเวณรอบดวงตาตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย
ดังนั้น การเลือกแนวทางรักษาจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะขนาดหรือบริเวณของก้อน แต่ต้องประเมินร่วมกับอายุของผู้ป่วย ระยะของโรค ลักษณะทางพยาธิวิทยา การเพิ่มจำนวนของยีน MYCN ปริมาณ DNA ภายในเซลล์มะเร็ง และความผิดปกติของโครโมโซม เพื่อแบ่งผู้ป่วยเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง หรือความเสี่ยงสูง
1.1 รู้จัก Neuroblastoma: แบ่งระยะและความเสี่ยงอย่างไร
Neuroblastoma แบ่งระยะอย่างไร
ระบบ International Neuroblastoma Risk Group Staging System หรือ INRGSS แบ่งระยะของ neuroblastoma ก่อนการผ่าตัดเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ L1, L2, M และ MS
ระยะ MS เป็นลักษณะเฉพาะของ neuroblastoma เด็กบางรายในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีการเพิ่มจำนวนของยีน MYCN อาจมีโรคที่ยุบลงได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการรุนแรง เช่น ตับโตมาก หายใจลำบาก หรือมีลักษณะทางชีววิทยาที่ไม่ดี อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
Neuroblastoma แบ่งกลุ่มความเสี่ยงอย่างไร
ระยะของโรคเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกแนวโน้มของโรคได้ทั้งหมด แพทย์จึงนำข้อมูลหลายด้านมาประเมินร่วมกัน ได้แก่
ระยะ MS เป็นลักษณะเฉพาะของ neuroblastoma เด็กบางรายในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีการเพิ่มจำนวนของยีน MYCN อาจมีโรคที่ยุบลงได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการรุนแรง เช่น ตับโตมาก หายใจลำบาก หรือมีลักษณะทางชีววิทยาที่ไม่ดี อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
Neuroblastoma แบ่งกลุ่มความเสี่ยงอย่างไร
ระยะของโรคเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกแนวโน้มของโรคได้ทั้งหมด แพทย์จึงนำข้อมูลหลายด้านมาประเมินร่วมกัน ได้แก่
จากปัจจัยเหล่านี้ ผู้ป่วยจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก
ผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำมีอัตราการรอดชีวิตระยะ 5 ปีสูงกว่า 95% และผู้ป่วยความเสี่ยงปานกลางมีอัตราการรอดชีวิตประมาณ 90–95% ส่วนผู้ป่วยความเสี่ยงสูงที่ได้รับแนวทางรักษาปัจจุบันมีอัตราการรอดชีวิตโดยรวมระยะ 5 ปีประมาณ 60% [1]
1.2 การรักษา Neuroblastoma มีอะไรบ้าง
แนวทางรักษา neuroblastoma แตกต่างกันตามกลุ่มความเสี่ยง ผู้ป่วยบางรายอาจต้องการเพียงการเฝ้าติดตาม ขณะที่ผู้ป่วยความเสี่ยงสูงอาจต้องได้รับเคมีบำบัด การผ่าตัด การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด รังสีรักษา และภูมิคุ้มกันบำบัดต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
การรักษาผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูงโดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่
- Induction ใช้เคมีบำบัดหลายรอบเพื่อลดปริมาณมะเร็ง ตามด้วยการผ่าตัดก้อนต้นกำเนิด
- Consolidation ใช้เคมีบำบัดขนาดสูงร่วมกับการคืนเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดและรังสีรักษา
- Postconsolidation หรือ Maintenance ใช้ภูมิคุ้มกันบำบัดต่อ GD2 ร่วมกับยาหรือสารสนับสนุนตามแผนการรักษา รวมถึง isotretinoin
การใช้ anti-GD2 monoclonal antibody เป็นส่วนสำคัญของการรักษา neuroblastoma ความเสี่ยงสูง เนื่องจากเซลล์ neuroblastoma มักมี GD2 อยู่บนผิวเซลล์ในระดับสูง ยาแอนติบอดีจึงสามารถจับเป้าหมายนี้และช่วยนำเซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้ [1,2]
สำหรับเบต้ากลูแคน งานวิจัยใน neuroblastoma ไม่ได้ศึกษาเบต้ากลูแคนในฐานะยารักษามะเร็งเพียงชนิดเดียว แต่ศึกษาใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่
- ใช้เป็นสารเสริมของวัคซีน GD2/GD3 เพื่อสนับสนุนการสร้างแอนติบอดีต่อเซลล์ neuroblastoma
- ใช้ร่วมกับ anti-GD2 monoclonal antibody เพื่อศึกษาว่าเบต้ากลูแคนอาจช่วยสนับสนุนการทำลายเซลล์มะเร็งผ่านเม็ดเลือดขาวได้หรือไม่
เบต้ากลูแคนที่ใช้ในการทดลองแต่ละฉบับมีแหล่งที่มา โครงสร้าง ขนาด และรูปแบบแตกต่างกัน ผลการศึกษาจากผลิตภัณฑ์หนึ่งจึงไม่สามารถนำไปอ้างแทนเบต้ากลูแคนทุกชนิดได้โดยตรง
1.3 งานวิจัยเบต้ากลูแคนกับ Neuroblastoma
งานวิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับเบต้ากลูแคนและ neuroblastoma ส่วนใหญ่ศึกษาในผู้ป่วยความเสี่ยงสูง ซึ่งผ่านการรักษามาหลายรูปแบบแล้ว ผู้ป่วยบางกลุ่มอยู่ในระยะโรคสงบหลังการรักษา ขณะที่บางกลุ่มมีโรคกลับเป็นซ้ำหรือดื้อต่อการรักษา
จุดสำคัญคือ งานวิจัยเหล่านี้ไม่ได้ให้เบต้ากลูแคนเป็นการรักษาเดี่ยว แต่ให้ร่วมกับวัคซีน GD2/GD3 หรือ anti-GD2 monoclonal antibody ผลที่พบจึงเป็นผลของสูตรการรักษาร่วม และไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากเบต้ากลูแคนเพียงชนิดเดียว
1.3.1 การศึกษาระยะที่ 1 ของวัคซีน GD2/GD3 ร่วมกับเบต้ากลูแคน
การศึกษาระยะที่ 1 ซึ่งเผยแพร่ในปี 2014 รับผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูงจำนวน 15 ราย ผู้ป่วยทุกรายเคยมีโรคกลับเป็นซ้ำหรือดำเนินต่อมาก่อน และอยู่ในภาวะโรคสงบครั้งที่สองหรือครั้งถัดไปขณะเข้าร่วมการศึกษา
ผู้ป่วยได้รับวัคซีนที่มีแอนติเจน GD2 และ GD3 เชื่อมกับโปรตีนพาหะ keyhole limpet hemocyanin หรือ KLH และผสมกับสารเสริมภูมิคุ้มกัน OPT-821 วัคซีนถูกฉีดใต้ผิวหนังในสัปดาห์ที่ 1, 2, 3, 8, 20, 32 และ 52
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ชนิดรับประทานเริ่มให้ในสัปดาห์ที่ 6 ขนาด 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน โดยรับประทาน 14 วันและเว้น 14 วันสลับกัน
ผลการศึกษาพบว่า ไม่เกิด dose-limiting toxicity ที่ขนาด OPT-821 ซึ่งกำหนดไว้ ผู้ป่วย 13 จาก 15 รายได้รับการรักษาครบตามแผน ในช่วงรายงานผลมีผู้ป่วย 12 รายที่ยังไม่พบการกลับเป็นซ้ำหลังติดตามประมาณ 24–39 เดือน และมีผู้ป่วย 1 รายกลับเป็นซ้ำที่ต่อมน้ำเหลืองหลังประมาณ 21 เดือน [3]
ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่าวัคซีน GD2/GD3 ร่วมกับเบต้ากลูแคนสามารถนำไปศึกษาในเด็กได้ และมีความปลอดภัยในระดับที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยมีผู้ป่วยเพียง 15 ราย ไม่มีกลุ่มควบคุม จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าระยะเวลาที่โรคสงบเกิดจากวัคซีน เบต้ากลูแคน การรักษาก่อนหน้า หรือปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน
1.3.2 การศึกษาระยะที่ 2 ในผู้ป่วยที่เคยมีโรคดำเนินต่อ
การศึกษาระยะที่ 2 ซึ่งเผยแพร่ในปี 2021 รับผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูงจำนวน 102 ราย ผู้ป่วยทุกรายเคยมีโรคดำเนินต่ออย่างน้อยหนึ่งครั้ง และกลับเข้าสู่ภาวะโรคสงบหลังได้รับการรักษากู้โรคหรือ salvage therapy
ผู้ป่วยได้รับวัคซีน GD2/GD3 จำนวน 7 ครั้งตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งปี และเริ่มรับประทานเบต้ากลูแคนในสัปดาห์ที่ 6 หลังได้รับวัคซีนสามครั้งแรก
ในกลุ่มผู้ป่วยทั้งหมด
- 63% เคยมีโรคดำเนินต่อ 1 ครั้ง
- 21% เคยมีโรคดำเนินต่อ 2 ครั้ง
- 16% เคยมีโรคดำเนินต่อ 3–6 ครั้ง
- 82% เคยมีโรคดำเนินต่อหลังได้รับ anti-GD2 monoclonal antibody มาก่อน
ผลการติดตามระยะ 5 ปีพบว่า progression-free survival หรือสัดส่วนผู้ป่วยที่ยังไม่มีโรคดำเนินต่ออยู่ที่ประมาณ 32% และ overall survival อยู่ที่ประมาณ 71% หลังเริ่มเบต้ากลูแคนในสัปดาห์ที่ 6 นักวิจัยพบว่าระดับแอนติบอดี anti-GD2 ชนิด IgG1 และ IgM รวมถึง anti-GD3 IgG1 เพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่มีระดับ anti-GD2 IgG1 ตั้งแต่ 150 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไปในสัปดาห์ที่ 8 มี progression-free survival และ overall survival ดีกว่าผู้ป่วยที่สร้างแอนติบอดีได้ต่ำกว่า [4]
นอกจากนี้ การตอบสนองของแอนติบอดียังสัมพันธ์กับความแตกต่างของยีน CLEC7A ซึ่งสร้างตัวรับ Dectin-1 ของเบต้ากลูแคน โดยเฉพาะตำแหน่ง rs3901533 แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยแต่ละรายอาจตอบสนองต่อเบต้ากลูแคนไม่เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่มีกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโดยไม่มีเบต้ากลูแคน และผู้ป่วยทุกคนเคยได้รับการรักษากู้โรคจนกลับเข้าสู่ภาวะโรคสงบก่อนเริ่มวัคซีน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าอัตราการรอดชีวิตเกิดจากเบต้ากลูแคนหรือวัคซีนโดยตรง แต่สิ่งที่งานวิจัยแสดงได้ชัดกว่าคือ ผู้ป่วยที่สามารถสร้าง anti-GD2 IgG1 ได้สูงมีแนวโน้มของผลลัพธ์ที่ดีกว่า และกับเบต้ากลูแคนสามารถนำไปศึกษาในเด็กได้ และมีความปลอดภัย
1.3.3 การศึกษาแบบสุ่มระยะที่ 2 ในผู้ป่วย 107 ราย
เพื่อแยกบทบาทของเบต้ากลูแคนให้ชัดเจนขึ้น คณะนักวิจัยได้ทำการศึกษาแบบสุ่มระยะที่ 2 ในผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูงจำนวน 107 ราย โดยผู้ป่วยทุกคนอยู่ในภาวะโรคสงบและได้รับวัคซีน GD2/GD3 สูตรเดียวกัน
ผู้ป่วยถูกสุ่มเป็น 2 กลุ่ม
- กลุ่มที่ 1 จำนวน 54 ราย ยังไม่ได้รับเบต้ากลูแคนในช่วง 5 สัปดาห์แรก และเริ่มรับประทานในสัปดาห์ที่ 6
- กลุ่มที่ 2 จำนวน 53 ราย เริ่มรับประทานเบต้ากลูแคนตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 พร้อมกับการเริ่มวัคซีน
ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6 เป็นต้นไป ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มได้รับเบต้ากลูแคนเหมือนกัน โดยใช้ขนาด 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน รับประทาน 14 วันและเว้น 14 วัน
ผลการศึกษาพบว่า การเริ่มเบต้ากลูแคนพร้อมวัคซีนตั้งแต่สัปดาห์แรกทำให้ระดับ anti-GD2 IgG1 โดยรวมสูงกว่าการเริ่มในสัปดาห์ที่ 6 และไม่พบผลข้างเคียงจากวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
งานวิจัยนี้จึงสนับสนุนว่าเบต้ากลูแคนชนิดรับประทานอาจทำหน้าที่เป็น vaccine adjuvant โดยช่วยเพิ่มระดับแอนติบอดี anti-GD2 IgG1 ในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ยังไม่แสดงว่าการเริ่มเบต้ากลูแคนเร็วขึ้นทำให้อัตราการรอดชีวิตหรืออัตราการเกิด seroconversion หรือสัดส่วนผู้ป่วยที่สร้างแอนติบอดีถึงระดับที่กำหนด แตกต่างอย่างชัดเจน[5]
1.3.4 เบต้ากลูแคนจากยีสต์ร่วมกับ anti-GD2 antibody 3F8
การศึกษาระยะที่ 1 อีกฉบับหนึ่งประเมินเบต้ากลูแคนจากยีสต์ร่วมกับ 3F8 (3F8 เป็น monoclonal antibody จากหนู) ในผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูงที่โรคกลับเป็นซ้ำหรือดื้อต่อการรักษา ผู้ป่วยจำนวน 44 รายได้รับการรักษารวม 141 รอบ โดยได้รับ 3F8 ทางหลอดเลือดดำในขนาดคงที่ ร่วมกับเบต้ากลูแคนชนิดรับประทานซึ่งเพิ่มขนาดตั้งแต่ 10 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน
ในผู้ป่วยที่ประเมินการตอบสนองได้ ผลการรักษาประกอบด้วย
- Complete response จำนวน 1 ราย
- Partial response จำนวน 3 ราย
- Stable disease จำนวน 12 ราย
- Progressive disease จำนวน 24 ราย
progression-free survival ระยะ 2 ปีอยู่ที่ประมาณ 28% และ overall survival ระยะ 2 ปีอยู่ที่ประมาณ 61% นักวิจัยกำหนดขนาด 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันสำหรับการศึกษาระยะต่อไป เนื่องจากการรับประทานในขนาดที่สูงกว่านี้มีปริมาณมากและทำได้ยากในเด็ก [7]
ผลการศึกษานี้แสดงว่าสามารถใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ร่วมกับ 3F8 ในการศึกษาทางคลินิกได้โดยไม่มีความเป็นพิษรุนแรงจากเบต้ากลูแคนเป็นส่วนใหญ่ และพบการตอบสนองในผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเป็นการศึกษาระยะที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินความปลอดภัยและขนาดที่เหมาะสม ไม่มีกลุ่มที่ได้รับ 3F8 เพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยยังมีความแตกต่างกันทั้งด้านตำแหน่งของโรคและการรักษาที่เคยได้รับ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเบต้ากลูแคนช่วยเพิ่มประสิทธิผลของ 3F8 หรือทำให้อัตราการรอดชีวิตดีขึ้น
1.3.5 การให้วัคซีนกระตุ้นซ้ำหลังเว้นระยะเป็นเวลานาน
งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2024 ติดตามผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูงจำนวน 32 ราย ซึ่งเคยได้รับวัคซีน GD2/GD3 ร่วมกับเบต้ากลูแคนมาก่อน และต่อมามีโรคกลับเป็นซ้ำหรือดำเนินต่อ ผู้ป่วยกลุ่มนี้กลับเข้ารับวัคซีนสูตรเดิมอีกครั้งหลังเว้นระยะจากวัคซีนครั้งก่อนเป็นเวลามัธยฐานประมาณ 16.1 เดือน
เมื่อนำผู้ป่วยกลับมาให้วัคซีนอีกครั้งหลังเว้นระยะเป็นเวลานาน ระดับ anti-GD2 IgG1 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีค่าสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 4,066 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรในสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งสูงกว่าการตอบสนองระหว่างการลงทะเบียนครั้งแรก (ประมาณ 750 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) อย่างมาก
จากการประเมินด้วยวิธี Kaplan-Meier ผู้วิจัยรายงาน progression-free survival ประมาณ 51% และ overall survival ประมาณ 81% และไม่พบอาการปวดเส้นประสาทที่มักพบจากการให้ anti-GD2 monoclonal antibody ทางหลอดเลือดดำ [8]
ผลการศึกษานี้สนับสนุนว่า บทบาทของเบต้ากลูแคนในฐานะส่วนหนึ่งของระบบ vaccine adjuvant ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการสร้าง anti-GD2 antibody มากกว่าการพิสูจน์ว่าเบต้ากลูแคนสามารถรักษา neuroblastoma ได้ด้วยตัวเอง
1.3.6 งานวิจัยที่กำลังดำเนินการ
ปัจจุบันยังมีการศึกษาระยะที่ 2 เกี่ยวกับวัคซีน GD2/GD3 ร่วมกับเบต้ากลูแคนในผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูง การศึกษา NCT04936529 วางแผนรับผู้ป่วยประมาณ 286 ราย เพื่อประเมินวัคซีนร่วมกับเบต้ากลูแคนชนิดรับประทาน และสุ่มการใช้ GM-CSF ร่วมด้วย การศึกษานี้มุ่งประเมินการตอบสนองของแอนติบอดีและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะโรคสงบ [9]
อีกการศึกษาหนึ่งคือ NCT06057948 วางแผนรับผู้ป่วยประมาณ 94 ราย โดยเปรียบเทียบตารางเวลาการให้เบต้ากลูแคนสองรูปแบบร่วมกับวัคซีน เพื่อประเมินว่าระยะเวลาและความต่อเนื่องของการให้เบต้ากลูแคนมีผลต่อระดับ anti-GD2 IgG1 หรือไม่ [10]
งานวิจัยทั้งสองโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการ จึงยังไม่มีผลลัพธ์ฉบับสมบูรณ์สำหรับสรุปประโยชน์ด้านการป้องกันการกลับเป็นซ้ำหรือการรอดชีวิต
1.4 จากงานวิจัย เบต้ากลูแคนอาจมีบทบาทอย่างไรใน Neuroblastoma
เมื่อพิจารณาหลักฐานในมนุษย์ทั้งหมด งานวิจัยเกี่ยวกับเบต้ากลูแคนและ neuroblastoma มีความก้าวหน้ามากกว่างานวิจัยในมะเร็งหลายชนิด เนื่องจากมีทั้งการศึกษาระยะที่ 1 การศึกษาระยะที่ 2 และการศึกษาแบบสุ่มในผู้ป่วยเด็ก
อย่างไรก็ตาม บทบาทที่ได้รับการศึกษาคือการเป็น สารเสริมภูมิคุ้มกันร่วมกับวัคซีนหรือ anti-GD2 monoclonal antibody ไม่ใช่การใช้เบต้ากลูแคนเป็นยารักษา neuroblastoma โดยตรง หลักฐานปัจจุบันสนับสนุนว่าเบต้ากลูแคนมีศักยภาพในฐานะ vaccine adjuvant และตัวเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันร่วมกับการรักษาที่มุ่งเป้าต่อ GD2 โดยเฉพาะในผู้ป่วย neuroblastoma ความเสี่ยงสูง
ดังนั้นเบต้ากลูแคนควรใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลแบบเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐาน ไม่ใช่สิ่งทดแทนการผ่าตัด เคมีบำบัด การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด รังสีรักษา isotretinoin หรือภูมิคุ้มกันบำบัดต่อ GD2
เอกสารอ้างอิง
- National Cancer Institute. Neuroblastoma Treatment (PDQ®)—Health Professional Version. National Cancer Institute, National Institutes of Health. Accessed July 31, 2026.
- Yu AL, Gilman AL, Ozkaynak MF, et al.; Children’s Oncology Group. Anti-GD2 antibody with GM-CSF, interleukin-2, and isotretinoin for neuroblastoma. New England Journal of Medicine. 2010;363(14):1324–1334. doi:10.1056/NEJMoa0911123. PMID: 20879881.
- Kushner BH, Cheung IY, Modak S, Kramer K, Ragupathi G, Cheung NKV. Phase I trial of a bivalent gangliosides vaccine in combination with β-glucan for high-risk neuroblastoma in second or later remission. Clinical Cancer Research. 2014;20(5):1375–1382. doi:10.1158/1078-0432.CCR-13-1012. PMID: 24520094. PMCID: PMC5592799.
- Cheung IY, Cheung NKV, Modak S, et al. Survival impact of anti-GD2 antibody response in a phase II ganglioside vaccine trial among patients with high-risk neuroblastoma with prior disease progression. Journal of Clinical Oncology. 2021;39(3):215–226. doi:10.1200/JCO.20.01892. PMID: 33326254. PMCID: PMC8253584.
- Cheung IY, Mauguen A, Modak S, et al. Effect of oral β-glucan on antibody response to ganglioside vaccine in patients with high-risk neuroblastoma: a phase 2 randomized clinical trial. JAMA Oncology. 2023;9(2):242–250. doi:10.1001/jamaoncol.2022.5999.
- Modak S, Kushner BH, Kramer K, Vickers A, Cheung IY, Cheung NKV. Anti-GD2 antibody 3F8 and barley-derived (1→3),(1→4)-β-D-glucan: a phase I study in patients with chemoresistant neuroblastoma. OncoImmunology. 2013;2(3). doi:10.4161/onci.23402. PMID: 23802080. PMCID: PMC3661165.
- Cardenas FI, Mauguen A, Cheung IY, Kramer K, Kushner BH, Ragupathi G, Cheung NKV, Modak S. Phase I trial of oral yeast-derived β-glucan to enhance anti-GD2 immunotherapy of resistant high-risk neuroblastoma. Cancers. 2021;13(24):6265. doi:10.3390/cancers13246265. PMID: 34944886. PMCID: PMC8699451.
- Cheung IY, Mauguen A, Modak S, Basu EM, Feng Y, Kushner BH, Cheung NKV. Long prime-boost interval and heightened anti-GD2 antibody response to carbohydrate cancer vaccine. Vaccines. 2024;12(6):587. doi:10.3390/vaccines12060587. PMID: 38932316. PMCID: PMC11209353.
- Memorial Sloan Kettering Cancer Center. Phase II trial of a bivalent vaccine with the immunological adjuvant OPT-821, in combination with oral β-glucan and randomization of GM-CSF, for high-risk neuroblastoma. ClinicalTrials.gov Identifier: NCT04936529. Accessed July 31, 2026.
- Memorial Sloan Kettering Cancer Center. Phase II trial of a bivalent vaccine with the immunological adjuvant OPT-821, in combination with randomization of oral β-glucan, for high-risk neuroblastoma. ClinicalTrials.gov Identifier: NCT06057948. Accessed July 31, 2026.