ถั่วเหลืองทำให้เป็นมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่?
ถั่วเหลืองก่อมะเร็งเต้านมจริงไหม? เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ vs โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง
ถั่วเหลืองทำให้เกิดมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่?
คำถามนี้ถูกถกเถียงกันมานาน คำตอบที่สั้นที่สุดคือ การกินถั่วเหลืองในรูปอาหารธรรมชาติ เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือถั่วเหลืองทั่วไป ไม่มีปัญหา แต่โปรตีนจากถั่วเหลืองหรือสารสกัดจากถั่วเหลืองที่อยู่ในรูปแบบ อาหารเสริม มีงานวิจัยที่น่าสนใจและควรทำความเข้าใจ บทความนี้อธิบายตามลำดับ ตั้งแต่เหตุผลที่คนกังวล องค์ประกอบของถั่วเหลือง ข้อมูลในคน ไปจนถึงงานวิจัยเรื่องโปรตีนสกัด
ทำไมคนจึงกังวลเรื่องถั่วเหลืองกับมะเร็งเต้านม
เหตุผลที่คนกังวลคือในถั่วเหลืองมีสารที่เรียกว่า phytoestrogen
Phytoestrogen และ isoflavones คืออะไร
สารกลุ่มหลักของ phytoestrogen ในถั่วเหลืองคือ isoflavones สารเหล่านี้สามารถจับและออกฤทธิ์ผ่าน estrogen receptor ในร่างกายมนุษย์ได้ แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า estrogen ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองมาก
องค์ประกอบของถั่วเหลือง: isoflavones มีน้อยมาก
เมื่อดูองค์ประกอบของถั่วเหลือง สารที่ทำให้เกิดความกังวลมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่น
องค์ประกอบ | สัดส่วนโดยประมาณ |
โปรตีน | 35–40% |
ไขมัน | ประมาณ 20% |
คาร์โบไฮเดรต | ประมาณ 30% |
Isoflavones (phytoestrogen) | ประมาณ 0.1–0.3% |
ข้อมูลในคน: กินอาหารถั่วเหลืองเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่
จากข้อมูลในคน การกินถั่วเหลืองในรูปอาหาร เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ หรือถั่วเหลือง ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายคือประเทศแถบเอเชีย ซึ่งกินถั่วเหลืองกันมานานมาก ขณะที่โดยภาพรวมอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมในเอเชียยังต่ำกว่าหลายพื้นที่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ
อาหารถั่วเหลือง (Soy Food) กับโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ประเด็นสำคัญคือต้องแยก soy food ออกจาก soy protein ที่ผ่านการสกัดในรูปแบบอาหารเสริม เพราะปริมาณและการออกฤทธิ์ของ isoflavones หรือ phytoestrogen อาจไม่เหมือนกับที่อยู่ในอาหาร
| อาหารถั่วเหลือง | โปรตีนหรือสารสกัดจากถั่วเหลือง |
ตัวอย่าง | เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ถั่วเหลือง | soy protein และสารสกัดในรูปอาหารเสริม |
ข้อมูลในคน | ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม | มีงานวิจัยที่พบการตอบสนองของเนื้อเยื่อเต้านมต่อฮอร์โมน (ดูหัวข้อถัดไป) |
Isoflavones | ปริมาณและการออกฤทธิ์ตามที่มีในอาหาร | อาจมีปริมาณหรือการออกฤทธิ์ไม่เหมือนในอาหาร |
งานวิจัยเกี่ยวกับโปรตีนถั่วเหลืองในรูปอาหารเสริม
งานวิจัยในผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือน
มีงานวิจัยที่ให้ soy protein ในรูปแบบอาหารเสริม ปริมาณค่อนข้างสูงในผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือน พบว่า เซลล์เยื่อบุเต้านมมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้น และ progesterone receptor เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงว่าเนื้อเยื่อเต้านมมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนจริง
งานวิจัยอีกชิ้นก็พบสัญญาณการตอบสนองต่อฮอร์โมน estrogen ของเนื้อเยื่อเต้านมเช่นกัน
งานวิจัยในสัตว์ทดลอง
ในสัตว์ทดลองที่เป็นมะเร็งเต้านมชนิดตอบสนองต่อ estrogen เมื่อได้รับ soy protein isolate ที่มี isoflavones หรือ phytoestrogen สูงขึ้น พบว่า ก้อนมะเร็งโตขึ้นตามปริมาณที่ได้รับ
ข้อสังเกตทางคลินิกและเหตุผลที่ควรระมัดระวัง
ในคลินิกเคยพบผู้ที่กิน soy protein ทุกวัน แล้วติดตามพบว่าก้อนหรือซีสต์บางก้อนโตขึ้น
ทั้งนี้ ไม่ได้บอกว่า soy protein เป็นสาเหตุ เพราะไม่สามารถพิสูจน์แบบนั้นได้ แต่เมื่อประกอบกับข้อมูลงานวิจัยที่มีอยู่ จึงเป็นเหตุผลที่ควรให้ความระมัดระวังมากขึ้นกับการใช้สารสกัดจากถั่วเหลืองหรือโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง
สรุป และคำถามที่พบบ่อย
- อาหารถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
- soy food กับ soy protein หรือสารสกัดแบบอาหารเสริมไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
- มีงานวิจัยที่พบการตอบสนองต่อฮอร์โมนของเนื้อเยื่อเต้านมเมื่อได้รับ soy protein ในรูปอาหารเสริม จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
กินเต้าหู้และน้ำเต้าหู้ได้ไหม
การกินถั่วเหลืองในรูปอาหารธรรมชาติ เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
โปรตีนถั่วเหลืองแบบอาหารเสริมต่างจากอาหารถั่วเหลืองอย่างไร
อาจมีปริมาณหรือการออกฤทธิ์ของ isoflavones ไม่เหมือนในอาหาร และมีงานวิจัยที่พบการตอบสนองของเนื้อเยื่อเต้านมต่อฮอร์โมน
Phytoestrogen คืออะไร
เป็นสารในถั่วเหลือง กลุ่มหลักคือ isoflavones ออกฤทธิ์ผ่าน estrogen receptor ได้ แต่อ่อนกว่า estrogen ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาก
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำในการรักษา