THE IMMUNE LAB

เบต้ากลูแคนกับมะเร็งกระเพาะอาหาร

เบต้ากลูแคนกับมะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่มีประวัติการศึกษาเกี่ยวกับเบต้ากลูแคนในมนุษย์มายาวนาน ซึ่งถูกนำไปศึกษาร่วมกับเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือกลับเป็นซ้ำ

งานวิจัยในอดีตบางฉบับรายงานว่าการใช้ เบต้ากลูแคน ร่วมกับเคมีบำบัดอาจสัมพันธ์กับระยะเวลาการรอดชีวิตที่ยาวขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาไม่ได้เป็นบวกทุกฉบับ และเบต้ากลูแคนที่ใช้ในการศึกษาแต่ละงานมีรูปแบบ วิธีให้ และขนาดที่แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณารายละเอียดของงานวิจัยก่อนนำผลมาสรุป

1. มะเร็งกระเพาะอาหารคืออะไร

มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือ Gastric Cancer เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์บริเวณเยื่อบุหรือเนื้อเยื่อภายในกระเพาะอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงและแบ่งตัวอย่างผิดปกติ มะเร็งกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เป็นชนิด adenocarcinoma ซึ่งเกิดจากเซลล์ต่อมของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่วนมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ชนิดอื่น เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในกระเพาะอาหาร เนื้องอก GIST และเนื้องอก neuroendocrine มีแนวทางการรักษาแตกต่างออกไป 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญประการหนึ่งคือการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori หรือ H. pylori เรื้อรัง ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบและการฝ่อของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ก่อนพัฒนาไปเป็น intestinal metaplasia และมะเร็งในผู้ป่วยบางราย ปัจจัยเสี่ยงอื่น ได้แก่ การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารเค็ม อาหารรมควันหรืออาหารที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ภาวะ pernicious anemia ประวัติมะเร็งกระเพาะอาหารในครอบครัว และความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด 

2. อาการและการตรวจวินิจฉัย

มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน หรือมีอาการคล้ายโรคกระเพาะอาหารทั่วไป เช่น แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดหรือไม่สบายบริเวณลิ้นปี่ อิ่มเร็ว และเบื่ออาหาร เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมีน้ำหนักลด อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน กลืนอาหารลำบาก ภาวะโลหิตจาง หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ 

การตรวจที่สำคัญที่สุดคือการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น หรือ upper endoscopy เพื่อดูความผิดปกติภายในกระเพาะอาหารและเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา หลังจากยืนยันว่าเป็นมะเร็งแล้ว แพทย์อาจตรวจ CT scan, endoscopic ultrasound, PET-CT หรือส่องกล้องเข้าไปในช่องท้อง เพื่อประเมินขนาดก้อน การลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง และการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น 

ในผู้ป่วยระยะลุกลาม การตรวจ biomarker ของเซลล์มะเร็ง เช่น HER2, PD-L1, MSI หรือภาวะบกพร่องของระบบ mismatch repair อาจช่วยให้แพทย์เลือกยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

3. การรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง สุขภาพโดยรวม และผลการตรวจ biomarker ของผู้ป่วย

มะเร็งระยะเริ่มต้นบางรายสามารถรักษาด้วยการตัดรอยโรคผ่านกล้องโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ หากก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก อยู่เฉพาะในเยื่อบุกระเพาะอาหาร และมีความเสี่ยงต่ำต่อการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง สำหรับมะเร็งที่ลุกลามลึกขึ้นแต่ยังสามารถผ่าตัดได้ การรักษาหลักคือการผ่าตัดกระเพาะอาหารบางส่วนหรือทั้งหมดร่วมกับการนำต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงออก ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับเคมีบำบัดก่อนหรือหลังการผ่าตัด และบางกรณีอาจพิจารณาการฉายรังสีร่วมด้วย

ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โรคกลับเป็นซ้ำ หรือมีการแพร่กระจาย การรักษาหลักเป็นการรักษาทั่วร่างกาย เช่น เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด การเลือกวิธีรักษาต้องพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง ผล biomarker การรักษาที่เคยได้รับ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

4. เบต้ากลูแคนอาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างไร

เบต้ากลูแคนไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือนยาเคมีบำบัดที่มุ่งทำลายเซลล์ซึ่งกำลังแบ่งตัว แต่ถูกศึกษาในฐานะสารที่อาจช่วยปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หรือ biological response modifier

เบต้ากลูแคนที่ได้รับการศึกษามากที่สุดในมะเร็งกระเพาะอาหารคือ เบต้า-1,3-กลูแคนที่มีแขนงเบต้า-1,6 งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ เบต้ากลูแคนเพื่อทดแทนการรักษามาตรฐาน แต่ใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับยาเคมีบำบัด [5] สมมติฐานของการใช้ร่วมกันคือ ในขณะที่เคมีบำบัดมุ่งควบคุมหรือทำลายเซลล์มะเร็ง Lentinan อาจช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมของระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของเม็ดเลือดขาวบางชนิด อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันตามรูปแบบของเบต้ากลูแคน วิธีให้ยา ระบบภูมิคุ้มกันพื้นฐานของผู้ป่วย และสูตรเคมีบำบัดที่ใช้

5. งานวิจัยเบต้ากลูแคนกับมะเร็งกระเพาะอาหาร

5.1 การวิเคราะห์รวมงานวิจัยในผู้ป่วย 650 ราย

การวิเคราะห์รวมข้อมูลผู้ป่วยรายบุคคลซึ่งตีพิมพ์ในปี 2009 รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารที่ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือกลับเป็นซ้ำจำนวน 650 ราย จากการทดลองแบบสุ่ม 5 ฉบับ งานวิจัยเปรียบเทียบเคมีบำบัดร่วมกับเบต้ากลูแคน กับการใช้เคมีบำบัดสูตรเดียวกันโดยไม่มีเบต้ากลูแคน

ผลการวิเคราะห์พบว่ากลุ่มที่ได้รับ เบต้ากลูแคน ร่วมกับเคมีบำบัดมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตระหว่างช่วงการติดตามต่ำกว่ากลุ่มเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว โดยมี hazard ratio เท่ากับ 0.80 หรือคิดเป็นการลดความเสี่ยงสัมพัทธ์ประมาณร้อยละ 20 [5]

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่นำมาวิเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาที่ดำเนินการมานานแล้ว และใช้ยาเคมีบำบัดกลุ่ม fluorinated pyrimidines ซึ่งบางสูตรแตกต่างจากมาตรฐานการรักษาที่ใช้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ เบต้ากลูแคน ในการทดลองเหล่านี้ถูกให้ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำในขนาดประมาณ 2 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เบต้ากลูแคนชนิดรับประทานทั่วไป

5.2 งานวิจัยผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแพร่กระจายหรือกลับเป็นซ้ำ

งานวิจัยอีกฉบับติดตามผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแพร่กระจายหรือกลับเป็นซ้ำที่ได้รับเคมีบำบัดสูตรที่มี  S-1 เป็นองค์ประกอบในการรักษาแนวทางแรกจำนวน 78 ราย อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วย 10 รายถูกตัดออกตามเกณฑ์ของการศึกษา จึงเหลือผู้ป่วยที่นำมาวิเคราะห์จริง 68 ราย แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ เบต้ากลูแคนร่วมกับเคมีบำบัด 31 ราย และกลุ่มเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว 37 ราย

เบต้ากลูแคนที่ใช้ในการศึกษานี้ไม่ใช่อาหารเสริมชนิดรับประทาน แต่เป็น เบต้ากลูแคนขนาด 2 มิลลิกรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานประมาณ 30 นาที ทุก 2–3 สัปดาห์ [6] ผลการศึกษาพบว่าค่ามัธยฐาน overall survival ของกลุ่มที่ได้รับ เบต้ากลูแคนร่วมกับเคมีบำบัดอยู่ที่ 689 วัน เทียบกับ 565 วันในกลุ่มเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว และมีความแตกต่างทางสถิติ ค่า P เท่ากับ 0.0406

นอกจากนี้ อัตราส่วนระหว่าง granulocyte ต่อ lymphocyte หรือ G/L ratio ของผู้ป่วยที่ได้รับ เบต้ากลูแคนมีแนวโน้มอยู่ใกล้หรือต่ำกว่า 2 และต่ำกว่ากลุ่มเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว ผู้วิจัยมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจสะท้อนการรักษาสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันระหว่างการรักษา 

อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นการศึกษาย้อนหลัง ไม่ใช่การทดลองแบบสุ่ม และสูตรเคมีบำบัดของผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอายุที่ยืนยาวขึ้นเกิดจาก เบต้ากลูแคนเพียงปัจจัยเดียว 

5.3 งานวิจัยเบต้ากลูแคนร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดและเคมีบำบัด

งานวิจัยระยะที่ 1B ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2024 ศึกษาผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารชนิด adenocarcinoma ระยะลุกลามจำนวน 30 ราย ผู้ป่วยได้รับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ชนิด whole glucan particle หรือ WGP ขนาด 500 มิลลิกรัม วันละสองครั้งในวันที่ 1–14 ร่วมกับยา camrelizumab ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันบำบัดกลุ่ม PD-1 inhibitor และเคมีบำบัดสูตร SOX ซึ่งประกอบด้วย oxaliplatin และ S-1

ผลการศึกษาพบว่า objective response rate อยู่ที่ร้อยละ 60 ค่ามัธยฐาน progression-free survival อยู่ที่ 10.4 เดือน และค่ามัธยฐาน overall survival อยู่ที่ 14 เดือน หลังการรักษาพบระดับ IL-2, IFN-γ และจำนวน CD4+ T cells เพิ่มขึ้น โดยไม่พบผลข้างเคียงที่ผู้วิจัยระบุว่าเกิดจากเบต้ากลูแคนโดยตรง 

อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นการศึกษาขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มควบคุม ผู้ป่วยทุกคนได้รับเบต้ากลูแคน ภูมิคุ้มกันบำบัด และเคมีบำบัดพร้อมกัน จึงไม่สามารถแยกได้ว่าผลการรักษาส่วนใดเกิดจากเบต้ากลูแคน ส่วนใดเกิดจาก camrelizumab และส่วนใดเกิดจากเคมีบำบัด งานวิจัยนี้จึงควรถูกมองว่าเป็นหลักฐานเบื้องต้นสำหรับการศึกษาขนาดใหญ่ในอนาคต ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลของเบต้ากลูแคนเพียงลำพัง 

6. บทสรุป

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับเบต้ากลูแคนในมนุษย์มายาวนาน และใช้ร่วมกับเคมีบำบัด

การวิเคราะห์รวมงานวิจัยในผู้ป่วย 650 ราย และการศึกษาผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแพร่กระจายหรือกลับเป็นซ้ำที่ได้รับเคมีบำบัดสูตร S-1 รายงานสัญญาณว่าการเพิ่ม Lentinan อาจสัมพันธ์กับระยะเวลาการรอดชีวิตที่ยาวขึ้น

งานวิจัยยุคใหม่เริ่มศึกษาการใช้เบต้ากลูแคนชนิดรับประทานร่วมกับเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด แต่ยังเป็นการศึกษาระยะเริ่มต้นที่มีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กและไม่มีกลุ่มควบคุม

ดังนั้น เบต้ากลูแคนควรถูกพิจารณาในฐานะสารเสริมเพื่อสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาหรือทดแทนการผ่าตัด เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โดยเฉพาะชนิด แหล่งที่มา ขนาดรับประทาน และช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐาน

เอกสารอ้างอิง

  1. National Cancer Institute. What Is Stomach Cancer? และ Stomach (Gastric) Cancer Screening (PDQ®).
  2. National Cancer Institute. Causes of Stomach Cancer. Updated May 8, 2025.
  3. National Cancer Institute. Stomach Cancer Diagnosis and Tests; Symptoms of Stomach Cancer.
  4. National Cancer Institute. Treatment of Stomach Cancer; Stomach Cancer Treatment by Stage. Updated April 10, 2025.
  5. Oba K, Kobayashi M, Matsui T, Kodera Y, Sakamoto J. Individual patient based meta-analysis of lentinan for unresectable/recurrent gastric cancer. Anticancer Research. 2009;29(7):2739–2745.
  6. Ina K, Furuta R, Kataoka T, et al. Lentinan prolonged survival in patients with gastric cancer receiving S-1-based chemotherapy. World Journal of Clinical Oncology. 2011;2(10):339–343. doi:10.5306/wjco.v2.i10.339.
  7. Yoshino S, Nishikawa K, Morita S, et al. Randomised phase III study of S-1 alone versus S-1 plus lentinan for unresectable or recurrent gastric cancer (JFMC36-0701). European Journal of Cancer. 2016;65:164–171.
  8. Zhu W, et al. An exploratory clinical study of β-glucan combined with camrelizumab and SOX chemotherapy as first-line treatment for advanced gastric adenocarcinoma. Frontiers in Immunology. 2024;15. PMID: 39253086.
error: IMMUNE LAB